แก้วเซรามิค

แม้ว่าในกระบวนการการทำแก้วเซรามิค หรืองานเซรามิคอื่นๆ สิ่งที่สำคัญที่สุดจะเป็นเรื่องของคุณภาพของเนื้อดิน รูปทรง และน้ำยาเคลือบ แต่จริงๆแล้วเรื่องของผิวของชิ้นงานเซรามิคก็มีความสำคัญเช่นกัน ผิวงานเซรามิคอาจจะมีความเหมาะสมได้แตกต่างกันตามแต่ละชนิดของงาน เช่น ถ้างานชิ้นใหญ่ผิวงานที่มีความหยาบ เมื่อมองแล้วก็อาจจะดูไม่น่าเกลียดมากนัก แต่ถ้าผิวที่มีความละเอียดมากเกินไป อาจจะให้ชิ้นงานใหญ่ดูอ้วน และโป่งพองได้ ลักษณะผิวงานที่พบในงานแก้วเซรามิคหรืองานเซรามิคทั่วๆไปนั้น สามารถแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ คือ 1. ลักษณะผิวที่สามารถสัมผัสได้ การสัมผัสผิวของชิ้นงานแก้วเซรามิค หรืองานเซรามิคอื่นๆนั้น ไม่ได้มีเพียงแต่การสัมผัสด้วยตาแล้วทำให้เกิดความรู้สึกต่างๆขึ้นมาเท่านั้น แต่การสัมผัสยังสามารถรู้สึกได้ด้วยมือของเรา โดยในเนื้องานเซรามิคนั้นลักษณะของผิวอาจจะเป็น 2 มิติ หรืออาจจะทำให้เป็น 3 มิติก็ได้ โดยผิวสัมผัสที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ เช่น ผิวของเนื้อดิน ผิวของเศษเจือปนในวัสดุที่นำมาประกอบเป็นเซรามิค หรืออาจถูกทำขึ้นโดยการดัดแปลงรูปทรง เช่น การทำให้ผิวมีรอยย่นไปย่นมา การพับทบกับของพื้นผิว รวมถึงการทำให้เกิดความขรุขระบนพื้นผิวก็ได้ 2. ลักษณะผิวที่เกิดจากการมองเห็น นอกจากการสัมผัสด้วยมือแล้ว การใช้ตามองก็ทำให้เกิดจินตนาการถึงลักษณะพื้นผิวได้ พื้นผิวที่มองเห็นด้วยตานั้นอาจจะไม่ใช้พื้นผิวจริงๆก็ได้ เช่น การวาดภาพวัตถุต่างๆ หรือวาดภาพก้อนหินไว้บนแก้วเซรามิค เมื่อมองดูก็จะคล้ายและมีการสัมผัสด้วยตาว่าเป็นก้อนหิน แต่เมื่อนำมือไปสัมผัสแล้วก็จะพบว่าผิวของแก้วนั้นเป็นเนื้อเซรามิคเรียบๆ ไม่ใช่เนื้อหินจริงๆ…

Read More